★★ ระบบแอร์รถยนต์ Honda Civic -- คลังความรู้เรื่องแอร์รถยนต์ Civic EG,EK,Si ★★
Buranasak:
8)ทำสุญญากาศหรือ แวคคั่มนั้นสำคัญ ไฉน !!!!!!! 8)
ในการทำระบบแอร์ไม่วาสจะเป็นแอร์บ้านหรือแอร์รถยนต์ ก่อนเติมน้ำยาทุกครั้ง เราต้องทำสุญญากาศ ( Vacuum) หรือที่ได้ยินว่าแวค
ที่ช่างเขาเรียกนั้นแหละ อานนี้แล้งคงจะเข้าใจนะครับ จะได้คุยกับช่างได้ถูก งั้นมาฟังผมโม้ต่อ.......กันเลย ;D ;D ;D
อากาศและความชื้น ( ไอน้ำ ) ที่มีปนอยู่ภายในระบบปรับอากาศรถยนต์ เมื่อปนกันสารทำความเย็นจะเกิดผลเสียหายหลายประการ
เช่น แปรสภาพเป็นกรดเกลือกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในระบบเป็นเกล็ดน้ำแข็งขวางทางเดินของสารทำความเย็นเมื่อระบบทำงาน เกิดการอุดตันความดัน
ขณะทำงานจะสูงผิดปกติจนอาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่ออุปกรณ์ของระบบ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวิธีการดึงความชื้นอกมาจากระบบ เราเรียกว่า
การทำสุญญากาศหรือการทำแว็ก ( Vacuum ) ซึ่งเป็นการทำให้ภายในระบบมีความดันต่ำลงกว่าความดันบรรยากาศปกติให้มากที่สุด ซึ่ง ณ
ความดันที่เป็นสุญญากาศความชื้นจะแปรสภาพเป็นแก๊สและถูกดึงออกมาจากระบบได้ง่าย
การดูดอากาศและความชื้นออกจากระบบ โดยปั๊มสุญญากาศเรียกว่า การทำสุญญากาศหรือการทำแวคคั่มระบบปั๊มสุญญากาศถูกให้สำหรับ
ลดแรงดันในระบบและอัดทิ้งสู่อากาศ ภายนอกสายท่อกลางของแมนิโฟลด์เกจจะถูกต่อเข้ากับปั้มสุญญากาศทางด้านดูดวาล์วทั้งคู่ของ เกจจะอยู่ใน
ตำแหน่งเปิดเต็มที่ เดินปั๊มสุญญากาศให้ความดันลดลงถึง - 30 ปอนด์/ตารางนิ้ว และใช้เวลาในการดูดความชื้นอย่างน้อย 20 นาที แต่ถ้าสามารถทำ
สุญญากาศระบบได้นานกว่านี้ก็จะเป็นการดี การใช้เวลาในการทำสุญญากาศระบบได้นานกว่านี้ยิ่งนานเท่าไร จะยิ่งทำให้การดูดอากาศและความชื้น
ออกจากระบบดีขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่กำลังทำสุญญากาศในระบบค่าความดันของเกจทางด้านความดันต่ำจะอ่านค่าได้ ต่ำกว่า 0 ปอนด์/ ตารางนิ้ว แสดงว่า ความดัน
ในระบบน้อยกว่าความดันบรรยากาศ ซึ่งจะทำให้จุดเดือกของสารทำความเย็นต่ำลง เป็นผลทำให้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะและดูดรับความร้อน
แฝงที่อยู่รอบ ๆท่ออีวาพอเรเตอร์ได้ในขณะที่อุณหภูมิต่ำ จะทำให้ระบบปรับอากาศมีประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูงขึ้น
ฉะนั้นความชื้น จึงเป็นศัตรูที่สำคัญกับ การปฏิบัติเกี่ยวกับการซ่อมและบริการเครื่องปรับอากาศ สิ่งหนึ่งที่ควรระวังเป็นอย่างดี คือ
อย่าให้ระบบมีความชื้นหลงเหลืออยู่ภายในระบบเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ผลความเย็นของระบบปรับอากาศไม่ดีเท่าที่ควร ถ้ามีความชื้น
ในระบบมากจะทำให้เกิดการอุดตันความชื้นภายในระบบ (ความชื้นกลายเป็นน้ำแข็งอุดรูเล็ก ๆ ของเอกแพนชั่นวาล์วปิดกั้นการไหลของสารทำความเย็น)
และยังทำให้เกิดอันตรายกับชิ้นส่วนต่าง ๆของระบบปรับอากาศอีก ด้วย เพราะน้ำยาแอร์ ในทางเคมีเมื่อผสมกับน้ำแล้วจะทำให้เกิด กรดไฮโดรคลอริก
โดยกรดที่เกิดขึ้นนี้จะกัดทำลายส่วนที่เป็นโลหะ ขอระบบปรับอากาศทั้งหมด เช่น เหล็ก ทองแดง อลูมิเนียม ทำให้เกิดเป็นออกไซด์ และจะไปอุดตัน
ภายในระบบที่ตะแกรงกรองของรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ หรือ ทางเข้าของคอมเพรสเซอร์ได้ :o :o :o :-[ :-[
มาดูวิธีทำการทำสุญญากาศ ::) ::) ::)
1.ต่อเกจแมนิโฟลด์เข้าระบบปรับอากาศ
2. นำปลายสายสีเหลืองต่อกับเครื่องทำ สุญญากาศ
3. เปิดเครื่องทำสุญญากาศโดยเสียบปลั๊กที่เต้าเสียบ
4. เปิดวาล์วด้านความดันต่ำและวาล์วด้านความดันสูง
5. เดินเครื่องทำสุญญากาศทิ้งไว้ 5 นาที หรือ เมื่อเข็มด้านความดันต่ำลดลงถึง - 30 Psi
6. ปิดวาล์วด้านความดันต่ำและวาล์วด้านความดันสูง
7. ปิดเครื่องทำสุญญากาศโดยดึงปลั๊กที่เต้าเสียบ
8. สังเกตุเข็มด้านความดันต่ำว่าเมื่อปิด เครื่องทำสุญญากาศแล้วเข็มมีการ เคลื่อนที่หรือไม่ ภายใน 5 นาที ถ้า เข็มมีการเคลื่อนที่แสดงว่าในระบบปรับ อากาศระยนต์เกิดการรั่ว
9. เปิดเครื่องทำสุญญากาศโดยเสียบปลั๊กที่เต้าเสียบ
10. เปิดวาล์วทางด้านความดันต่ำและด้านความดันสูง
11. เดินเครื่องทำสุญญากาศ 20 - 30 นาที
12. ปิดวาล์วเกจด้านความดันต่ำและวาล์วเกจด้านความดันสูง
13. ปิดเครื่องทำสุญญากาศโดยดึงปลั๊กที่เต้าเสียบ
14. ถอดสายสีเหลืองออกจากปั๊มสุญญากาศ
นี้แหละครับ คือ การแวคคั่ม ท่านใดที่ไปทำแอร์ อย่าลืมสังเกตนะครับว่าช่างทำให้ไหม แต่ผมสังเกตอยู่บางร้าน
ไม่ได้ทำเลย จับน้ำยายัดใส่อย่างเดียวเลย ระบบแอร์มีอากาศอยู่ ต่อให้ตู้ยุ่น อุปกรณ์ใหม่แค่ไหน...ไม่เย็นหรอก
เดี๋ยวก็พังอีก.....เทวดาก็ช่วยไม่ได้ ปวดตับ......ไปหละโม้เยอะ..
;D ;D ;D
jkung_27:
อ้างจาก: adul doae ที่ 26 เมษายน 2013, 13:47:34
ก่อนอื่นใด ต้องแจ้งมาก่อนว่าต้องซื้ออุปกรณ์อะไรบ้างก่อนที่จะให้คนอื่นทำตาม คิดดีแล้ว งั้นเอาไปเลย :D :-*
ผมคิดดีแล้วครับ :-[ ไม่มีใครเป็นมาตั้งแต่เกิด อยากทำเป็นทำใด้ต้องลงมือทำ
อะ วิธีเติมน้ำยาแอร์ มันเป็นทิศฏี ต้องประยุคนิดหน่อยแล้วค่อยปฎิบัติ :-*
http://www.o-thai.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=1425787
ใครมีเวลาก็จัดเรียง มันไม่ใด้เหมือนปฎิบัติแบบ 100% นะครับ ต้องทดลองหาเองครับ
เครื่องมือที่คิดว่ากำลังจะเก็บทุนซื้อครับ
http://hhl.tarad.com/product.detail_649576_th_69423
Buranasak:
Welovecivic สังคมแห่งการเรียนรู้
:-* :-* :-* :-* :-*
p jung:
:-* :-* :-*
Buranasak:
หยิบมาฝาก.... :) :) :) :) ทนอ่านห่อยน่ะมันยาว ;D ;D ;D ;D
พวกเราชาว Welovecivic ได้ครอบครองรถกันมาก็นานโข เอาตั้งต้นซักปี 2000 ก็แล้วกัน ก็นับได้ร่วม 12 ปี แล้ว เวลาแอร์ไม่เย็นก็โทษคอมไม่ดี น้ำยารั่วบ้าง แต่ยังมีตู้แอร์ที่จริงๆแล้วซัก ปีละครั้ง ก็น่าจะไปล้างทีหนึ่งเพื่อให้อุปกรณ์ใช้ไปยาวๆ ฉะนั้น ความสกปรกของตู้แอร์เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาในระบบแอร์ ถ้าไม่ดูแลบำรุงรักษา ก็ต้องเตรียมใจเตรียมสตางค์ไว้ คงเคยได้ยินกันมาเรื่องท่อแอร์รั่ว ตู้แอร์รั่ว คอมแอร์ดัง สาระพันปัญหาที่เราไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ ลองคิดง่ายๆ แล้วกันว่าแอร์บ้านยังต้องล้าง แล้วแอร์รถยนต์จะยกเว้นได้อย่างไร แอร์บ้านถ้าไม่ล้างเลยจะเกิดอะไรขึ้นก็คงพอทราบกันบ้าง แล้วแอร์รถล่ะ ถ้าสกปรก แล้วจะไม่มีผลอะไรเลยหรือ ทำไมหลายคนจะซื้อที่นอน ยังต้องเลือกแบบที่ป้องกันตัวไรฝุ่น ทำไมเจ้าไรฝุ่นจะอยู่ในรถคุณไม่ได้บ้าง
ทำไมตู้แอร์ถึงรั่ว
เวลาที่แอร์ทำงาน มันจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นบนคอยล์เย็น ทำให้เกิดคราบ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานวันจะกลายเป็นสนิม กัดกร่อนแผงคอยล์จนรั่ว ถ้ารั่วแล้วต้องเปลี่ยนอย่างเดียว ดังนั้นการล้างตู้แอร์ปีละ 1 ครั้ง หรือทุก 20,000 กม. จึงเป็นการป้องกันการเกิดสนิมอีกด้วย
การล้างตู้แอร์มีประโยชน์อย่างไร
•ช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
•ยืดอายุคอมแอร์
•ยืดอายุตู้แอร์
•ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
•ลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ (ตู้แอร์เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย)
ตู้แอร์สกปรก เกิดขึ้นได้อย่างไร
1.อย่างแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือฝุ่นในตู้แอร์ ก็ค่อยๆ สะสมมากขึ้น ลองนึกภาพตามนะครับว่า ปกติลมแอร์จะผ่านตู้แอร์ ก่อนที่ลมเย็นๆ จะออกมาตามช่องแอร์มาถึงเรา คราวนี้เจ้าฝุ่นไปเกาะอยู่บนแผงคอยล์เย็นในตู้แอร์ ลมก็เลยผ่านตู้ไม่สะดวก เหมือนหน้าต่างบ้านที่ติดมุ้งลวด ลมย่อมผ่านเข้าบ้านได้ไม่ดีเท่าหน้าต่างที่ไม่มีมุ้งลวด (ทั้งนี้ต้องเปิดหน้าต่างนะ) ลมแอร์ส่วนที่ผ่านตู้แอร์ไม่ได้จะไปทางไหน ก็ต้องตีกลับเข้าไป คอมแอร์เมื่อเจอลมแอร์ตีกลับเป็นประจำ ต้องทำงานหนักขึ้น คิดง่ายๆ อะไรก็ตามที่ต้องทำงานเกินกว่าที่กำหนดไว้ นานๆ เข้าก็ต้องสึกหรอ มีปัญหา ในเคสคอมแอร์นี้ หนักสุดก็คือต้องเปลี่ยนคอมแอร์ แต่ต้องเข้าใจไว้ว่าเมื่อเปลี่ยนคอมแอร์ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้เฉพาะค่าคอมแอร์นะ ช่างต้องบอกแน่ๆ ว่า ตู้แอร์สกปรกนะ ล้างไปด้วย (ถ้าโชคดีมันยังไม่รั่วนะ) ค่าอะไหล่จิปาถะ ค่าน้ำยาแอร์ ค่าแรง รวมๆ กันกับค่าเสียเวลา และอาจต้องเผื่องบบานปลาย แต่จะยังไง เจ้าของรถก็ยอม เพราะมันร้อนนี่นะ
2.กลิ่นเหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว ถ้าคุณไม่สูบบุหรี่ ไม่ทานอาหารบนรถ คุณคงสงสัยว่ากลิ่นนี้มาจากไหน ลองคิดถึงตู้เย็นนะ ถ้าเสียบไฟตลอดเวลา ไม่แช่อาหารมีกลิ่น เวลาเปิดตู้เย็นก็จะรู้สึกถึงกลิ่นสะอาด ยิ่งตู้เย็นสมัยใหม่มีตัวดับกลิ่นยิ่งหายห่วงเรื่องกลิ่น แต่ถ้าคุณลองถอดปลั๊กตู้เย็น เอาของออกจากตู้ เช็ดทำความสะอาด จากนั้นปิดประตูตู้เย็น ผ่านไป 1 อาทิตย์ คุณมาเปิดตู้เย็นอีกครั้ง กลิ่นแรกที่คุณได้จะไม่ใช่กลิ่นเดิมที่คุณชอบ แต่เป็นกลิ่นอับ เหม็น ที่ขนาดเช็ดล้างอีกทีก็ยังคงได้กลิ่น แอร์รถก็เหมือนกัน เมื่อปิดแอร์ ดับเครื่องยนต์ ความเย็นในตู้แอร์ยังมีอยู่ กลั่นตัวเป็นหยดน้ำ เป็นคราบวุ้นในตู้แอร์ เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ กลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่จะรถราคาแสนแพงแค่ไหน ก็ต้องเกิดวุ้นอยู่ดี หลายคนบอกว่าไม่เป็นไร เปิดแอร์ทิ้งไว้สักพัก กลิ่นจะหายไปเอง ความจริงกลิ่นไม่ได้หายไปไหน แต่จมูกของเราชินกลิ่นก็เลยรู้สึกว่ากลิ่นหมดไป
ภาพตู้แอร์เน่า
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว