แก้ปัญหาแอร์ด้วยตัวเอง

(1/1)

chaowarat191:
แอร์ไม่เย็น
ปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะขับรถ ทุกท่านที่ขับรถคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอากาศบ้านเรามีมลพิษมากขึ้น โยเฉพาะอย่างยิ่งมลพิษที่เกิดจากรถยนต์ ซึ่งนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งในตัวเมืองด้วยแล้วยิ่งอันตรายมาก เนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดและจำนวนรถก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ขาดความเอาใจใส่อย่างจริงจัง ปล่อยให้รถที่มีมลพิษมากยังวิ่งได้อยู่ทุกวัน ดังนั้นขณะขับรถ ผู้ขับขี่ส่วนมากจะต้องเปิดแอร์เพื่อหนีมลพิษและเพื่อความเย็นสบาย แต่ถ้าแอร์รถของคุณไม่เย็นก็อาจส่งผล ทำให้คุณเครียด หงุดหงิด และเสียสมาธิได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามรถติด

คำแนะนำ

หลังจากเปิดแอร์แล้ว จะมีน้ำไหลออกมาจากท่อน้ำทิ้งใต้ตู้แอร์แล้วหยดลงบน พื้นถนน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าไม่มีน้ำหยดแสดงว่าท่อน้ำทิ้งอุดตันควรทำความสะอาดทันที ถ้า ปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ตู้แอร์รั่วซึมได้

ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบปรับอากาศรถยนต์

1. คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่ดูดและอัดน้ำยาแอร์ให้มีความดันสูงขึ้นและทำให้น้ำยาแอร์หมุนเวียนในระบบ ติดตั้งอยู่ที่เครื่องยนต์ อาศัยแรงขับจากเครื่องยนต์ ผ่านสายพาน มักเรียกกันว่า คอมแอร์

2. คอนเดนเซอร์ ทำหน้าที่ระบายความร้อนน้ำยาแอร์ที่ออกจาก คอมเพรสเซอร์ โดยอาศัยพัดลมระบายความร้อนหรือลมปะทะขณะรถวิ่ง

3. รีซีฟเวอร์ - ดรายเออร์ ทำหน้าที่ดูดความชื่น กรองสิ่งสกปรกในน้ำยาแอร์และกักเก็บน้ำยาแอร์ให้มีปริมาณเหมาะสมกับการใช้งานในระบบ ติดตั้งระหว่างคอนเดนเซอรืกับตู้แอร์ ที่ด้านบนจะมีตาแมวเพื่อใช้ดูว่าน้ำยาแอร์มีเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้บางรุ่นยังมีสวิตซ์ความดันติดตั้งอยู่ด้วย สวิตช์นี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย ถ้าความดันใ นระบบสูงหรือต่ำเกินไป ชุดคลัตช์แอร์จะตัดการทำงานทันที

4. ตู้แอร์ ติดตั้งอยู่ในห้องโดยสารบริเวณหลังแผงหน้าปัด มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
4.1. อีวาปอเรเตอร์ ทำหน้าที่เปลี่ยนอากาศร้อนให้อากาศเย็น
4.2. พัดลมตู้แอร์หรือชุดโบลว์เออร์ ทำหน้าที่ดูดอากาศร้อนภายในห้อง โดยสารให้ผ่านอีวาปอเรเตอร์เป็นลมเย็นเป่าออกทางช่องลม
4.3. เอกซ์แพนชันวาล์ว ทำหน้าที่ปรับความดันของน้ำยาแอร์มีคุณสมบัติในการดูด ความร้อนจากอากาศ

5. ชุดทำความร้อน ใช้ความร้อนจากน้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์มาอุ่นให้อากาศร้อนขึ้นแล้วเป่าออกมาโดยพัดลม ตามปกติใช้ในขณะอากาศหนาว

สาเหตุที่แอร์รถยนต์ไม่เย็นเกิดจาก

- ฟิวส์และรีเลย์ในวงจรเครื่องปรับอากาศชำรุด และขั้วต่อสายไฟตามจุดต่าง ๆ ต่อไว้ไม่แน่น

- สวิตช์ความดันสูง


เอกซ์แพนชั่นวาล์ว มันจะเป็นตัวควบคุมแรงดันของน้ำยาแอร์โดยสื่อผ่านคอล์ยที่ใช้วัดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร โดยที่เมื่ออุณหภูมิเย็นได้ระดับที่เราตั้งไว้คอล์ยตัวนี้จะส่งสัญญาณไปที่ เอกซ์แพนชั่นวาล์ว ให้ตัดแรงดันของน้ำยาแอร์ และจะทำงานอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิภายในห้องโดยสารสูงขึ้นครับ

เอกเพนชั่นวาล์วมีหน้าที่ฉีดน้ำยาแอร์เข้าสู่แผงคอยเย็น ถ้าเมื่อตัวนี้ตัน น้ำยาแอร์จะถูกฉีดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่เย็น

ส่วนไอที่ ตัด ต่อ การทำงานหน่ะ เค้าเรียกว่า เทอโมสทรัท ต่างหาก

มีหน้าที่คือ เมื่อความเย็นได้ที่เราปรับไว้ มันจะตัดการทำงาน

และเมื่อถึงอุนภูมิเพิ่มขึ้นมันก้อจะ ต่อ จนกว่าจะถึงความเย็นระดับนึ่ง แล้วก้อตัด


แอร์ปกติเป็นระบบปิด จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่มเลย ขับไปได้ 5 ปี 6ปี หรือนานกว่านั้นโดยไม่ต้องเติมน้ำยาแอร์

แต่หากว่าวันนึงเรารู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น ให้ไปเช็คที่ตาแมว ตอนเปิดแอร์นะครับ หากมันใสหรือมีฟองเล็กน้อย น้ำยาแอร์ยังเต็มอยู่ แต่หากมันเป็นฟองฟ่อดๆ เหมือนฟองแฟ่บ แสดงว่าน้ำยาแอร์พร่องเยอะ
ถ้าน้ำยาแอร์พร่อง ทั้งๆ ที่เราไม่เคยล้างตู้แอร์มาก่อน เป็นไปได้ว่ามีจุดรั่วที่ระบบแอร์ครับ เข้าร้านแอร์ให้เขาเช็คให้เลยครับ
ถ้าน้ำยาแอร์เต็ม แต่รู้สึกว่าไม่เย็นอาจจะมีสาเหตุึดังนี้
1. รีเลย์แอร์เสีย
- วิธีดู ให้เราเปิดแอร์สุดไว้เลยนะครับ สังเกตุเสียงต่อตัดของคอมแอร์ ถ้ามันต่อแล้วตัดไว ทั้งๆ ที่ยังไม่เย็น หรือไม่ทำงานเลย ให้ไปหาซื้อรีเลย์มาเปลี่ยนครับ อันนึง(ของแท้) ประมาณ 380฿ ที่วรจักร์ ถ้าซื้อที่ศูนย์ 2500฿
2. หน้าคลัชท์สึก
- วิธีสังเกตุ เวลาตัดต่อเสียงจะดังมาก การตัดต่อของคอมแอร์ถี่เกินไป ตัดต่อบ่อยๆ อาการจะคล้ายๆ รีเลย์เสีย ให้เราสังเกตุไปที่คอมแอร์ ด้านข้างสายพาน ตอนที่แอร์ต่อตัด หากคลัชไม่หมุน หรือหมุนช้า มีเสียงแต๊กดังๆ เป็นไปได้ว่าหน้าคลัชท์แอร์สึก วิธีแก้แบบแรก ให้ร้านแอร์ทำการปรับตั้งแหวนที่คลัชท์จนหน้าคลัชท์หมุนดีเหมือนเดืิม วิธีแก้แบบที่สอง ไปหาเบิกแถววรจักร ของแท้รุ่นเก่าประมาณ 2,500฿ ไม่มีฟิืวส์ ของแท้รุ่นใหม่(แบบเดียวกับที่มากับรถ) ราคา 3,800฿ มีฟิวส์กันลัดวงจร ปลอดภัยตอนขับลุยน้ำท่วม หลังจากเปลี่ยนชุดคลัชท์ใหม่ เวลาตัดต่อเสียงจะนุ่มขึ้นอีกเยอะ ^_^
- อาการตัดต่อของคอมแอร์ถี่เกินไป คือปรบอุณหภูมิในห้องโดยสารแล้ว ยังไม่ทันเย็น แอร์ก็ตัด อาจจะเป็นที่ตัวเทอร์โมสตัดเสีย ได้อีกสาเหตุึนะครับ
3. จอดรถแล้วแอร์ไม่ค่อยเย็น
- ส่วนใหญ่จะเป็นที่คอมแอร์เริ่มเสื่อม ไม่มีกำลังอัด ต้องวิ่งถึงจะเย็นปกติ หากจอดจะเย็นไม่มาก บางครั้งก็เป็นที่พัดลมใกล้เสียหมุนระบายความร้อนได้ไม่ดี หมุนช้ามาก หรือหยุดหมุน(ถ้าเป็นที่พัดลม ให้เช็ครีเลย์ก่อนครับ ตัวไม่กี่ตังค์ แต่ถ้ารีเลย์ไม่เสียอาจจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนพัดลม) บางครั้งเป็นที่แผงคอยล์ร้อนสกปรกมาก หรือหมดอายุการใช้งาน(หน้าแผงล้มหมดแล้ว) แต่หากจอดแล้วไม่เย็นแบบเป็นลมร้อนอย่างเดียวไม่รู้สึกถึงความเย็นเลยอาจจะเป็นที่น้ำยาแอร์เกิน เมื่อจอดรถตากแดด อากาศร้อนๆ อุณหภูมิสูงมากๆ แรงดันในระบบมีเยอะเกินไปจนคอมแอร์ไม่ทำงาน วิธีแก้สำหรับคอมแอร์เสื่อม อันนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว หรือไม่ก็หาพัดลมมาติดหน้าคอย์ร้อนเพิ่มอีกตัว เพื่อให้ระบายอากาศร้อนได้เร็วขึ้น ส่วนวิธีแก้สำหรับน้ำยาแอร์เกิน ให้เราจอดรถเปิดแอร์ไว้ เปิดฝากระโปรงหน้า แล้วดูที่ตาแมวตอนจังหวะตัดต่อของแอร์ หากตาแมวใสให้เราหมุนช่องเติมแอร์ที่เป็นตัว L ออก แล้วใช้ตะเกียบดันเข้าไปทีละนิด อย่างดันค้างนะครับ น้ำยาแอร์จะดันออกมาเป็นก็าซ ดันออกทีละนิดนึงแล้วมาสังเกตุตาแมวตอนคอมแอร์ตัด หากมีฟองอากาศใหญ่ๆ ฟองเดียวเป็นอันใช้ได้ ให้หยุดปล่อยน้ำยาแอร์ออกนะครับ (ถ้าเห็นเป็นฟองเยอะๆ แบบฟองแฟ๊บ แสดงว่าปล่อยออกมากเกินไป จะทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น)
4. ตู้แอร์สกปรกมาก
- มีกลิ่นเหม็นอับแรง แอร์เย็นน้อยลง บางครั้งมีเศษฟองน้ำออกมาทางช่องแอร์ เป็นที่ตู้แอร์สกปรก+ตัน ต้องทำการล้างครับ สามารถล้างได้ทั้งแบบรื้อคอนโซลในห้องโดยสาร ล้างตู้แอร์และทำการเปลี่ยนฟองน้ำตามขอบใหม่ทั้งหมด หรือล้างแบบใหม่ด้วยเครื่องแบบไม่ต้องรื้อคอนโซล(ไม่ใช่ล้างแบบเอาโฟมฉีดไปใต้เก๊ะนะครับ อันนั้นมั่วแล้ว)
- สำหรับข้อนี้ หากถอดตู้แอร์ออกมาล้าง ต้องเลือกร้านแอร์ที่เชื่อถือได้นะครับ เพราะเสี่ยงตู้รั่วตามมาได้

คำแนะนำเพิ่มเติม
- หาฟิลเตอร์แอร์ มาใส่เพิ่ม เพื่อลดความสกปรก
- ปรับตั้งสายพาน ไม่ให้หย่อนเกินไป
- ก่อนจอดรถ ควรปิดแอร์แล้วเปิดพัดลม ไล่ความชื้น
- แผงคอล์ยร้อนที่อยู่หน้ารถติดกระจัง ควรทำความสะอาดบ้าง โดยใช้น้ำยาล้างครัว พวกเป็ด วิว(เลือกที่ไม่มีส่วนผสมโซดาไฟ) ฉีดให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ ต่อสายยางล้างทำความสะอาด อย่าใช้น้ำแรงดันสูงนะครับ


สำหรับการล้างตู้แอร์หรือเปลี่ยนอะไหล่บางตัว จะต้องเติมน้ำยาแอร์ใหม่ แนะนำให้เติมแบบแว็คค่ำ เพื่อเอาความชื้นออกจากระบบแอร์
และควรเปลี่ยนดรายเออร์และเช็ควาล์วด้วยนะครับ ในขณะที่แว็คค่ำ ให้สังเกตุหากมีน้ำมันคอมแอร์ปนออกมา ให้เติมน้ำมันคอมแอร์เพิ่มเข้าไปด้วย(อย่าเติมเยอะ เพราะหากเยอะไปคอมแอร์จะทำงานหนักและพังไว)
- หลังจากแว็คค่ำ จะต้องเช็คความดัน และตาแมว ข้อนี้ก็สำคัญ ร้านแอร์บ้างร้านชอบเติมน้ำยาแอร์มาเกินทำให้แอร์ไม่เย็น

ขอบคุณความคิดเห็นจาก Gap_zilla , กอฟ และ  Khomsiri ครับ  :D

pojza:
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ครับ

firstjung:
 :-* :-* :-*

se278:
          อาจารย์ฮกหลง มาเอง อัจฉริยะโดยแท้  ;)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ